คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
ผู้เขียน: Henrick Yauเครื่องคิดเลข
แยกและรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จากราคาสินค้าและบริการ ใช้ได้ทั้งการหาราคาไม่รวมภาษีจากราคาที่รวมแล้ว และการบวกภาษีเข้ากับราคาก่อนภาษี สำหรับออกใบกำกับภาษี ภาษีซื้อและภาษีขาย
อัตราตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากรคือ 10% แต่ถูกลดโดยพระราชกฤษฎีกาเหลือ 6.3% บวกภาษีท้องถิ่นอีก 1 ใน 9 ของอัตราที่จัดเก็บ จึงเป็น 7% ที่ใช้อยู่ในปี พ.ศ. 2569 ตรวจสอบอัตราที่ใช้บังคับได้ที่กรมสรรพากร
ราคาสินค้า
อัตราที่ใช้คำนวณ (แก้ไขได้)
ภาษีมูลค่าเพิ่มคิดอย่างไร
ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT เป็นภาษีที่บวกเข้ากับราคาสินค้าและบริการ ผู้ประกอบการจดทะเบียนเก็บจากลูกค้าเป็นภาษีขาย และนำภาษีซื้อที่ตัวเองจ่ายไปหักออกก่อนนำส่งกรมสรรพากร
อัตราตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากรคือ 10% แต่ถูกลดโดยพระราชกฤษฎีกาเหลือ 6.3% แล้วบวกภาษีท้องถิ่นอีก 1 ใน 9 ของอัตราที่จัดเก็บ รวมเป็น 7% ซึ่งเป็นอัตราที่ใช้อยู่ในปี 2569 การลดอัตรานี้ต้องต่ออายุเป็นรอบ ไม่ใช่อัตราถาวร
บวกเข้าและถอดออกไม่เหมือนกัน
- ถ้าราคาที่มีอยู่ยังไม่รวมภาษี ให้คูณด้วยอัตรา 7% จะได้จำนวนภาษี แล้วบวกกลับเข้าไปเป็นราคารวม
- ถ้าราคาที่มีอยู่รวมภาษีแล้ว ให้หารด้วยหนึ่งบวกอัตรา จะได้ราคาไม่รวมภาษี แล้วนำมาลบออกจากราคารวมจึงจะได้จำนวนภาษี
- ห้ามคูณราคาที่รวมภาษีแล้วด้วยอัตราโดยตรง เพราะจะได้ตัวเลขที่สูงเกินจริง
- ราคาไม่รวมภาษีที่ได้จากข้อสองคือฐานที่ต้องระบุในใบกำกับภาษี
เรื่องที่คนคำนวณผิดบ่อยที่สุด
ความผิดพลาดที่พบมากที่สุดคือการถอดภาษีด้วยการคูณ 7% จากราคาที่รวมภาษีแล้ว ราคารวมภาษีหนึ่งพันบาทไม่ได้มีภาษีอยู่เจ็ดสิบบาท เพราะเจ็ดสิบบาทคือ 7% ของราคาก่อนภาษี ไม่ใช่ของราคาหลังภาษี ยิ่งยอดสูงยิ่งคลาดเคลื่อนมาก
ทำไมตัวเลขของคุณอาจไม่ตรง
สินค้าและบริการบางประเภทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 และบางรายการเสียในอัตราศูนย์ตามมาตรา 80/1 เช่นการส่งออก หน้านี้คิดจากอัตราเดียวจึงไม่ครอบคลุมกรณีเหล่านั้น
ผู้ประกอบการที่มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปียังไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงไม่ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี อัตราที่ใช้บังคับจริงตรวจสอบได้ที่กรมสรรพากร
คำถามที่พบบ่อย
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มปีนี้เท่าไร 7% ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงมาจาก 10% ตามมาตรา 80 โดยพระราชกฤษฎีกาที่ต้องต่ออายุเป็นรอบ
ราคารวมภาษีแล้วถอดออกอย่างไร หารราคารวมด้วยหนึ่งบวกอัตราภาษี ผลลัพธ์คือราคาไม่รวมภาษี ส่วนต่างคือจำนวนภาษี
ทำไมอัตราจึงเขียนว่า 6.3% 6.3% คือส่วนที่เข้ารัฐบาลกลาง ส่วนที่เหลือเป็นภาษีท้องถิ่นซึ่งคิดเป็น 1 ใน 9 ของอัตราที่จัดเก็บ รวมกันจึงเป็นอัตราที่ผู้บริโภคจ่าย
ต้องจดทะเบียนเมื่อไร เมื่อรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายในกำหนดเวลา
เครื่องคิดเลข การเงิน
- เครื่องคำนวณหนี้
- เครื่องคำนวณการชำระเงินกู้
- เครื่องคำนวณมูลค่าสุทธิ
- เครื่องคำนวณสินเชื่อเรือ
- เครื่องคำนวณการชำระหนี้บัตรเครดิต
- เครื่องคำนวณการชำระเงินบัตรเครดิต
- เครื่องคำนวณการใช้เครดิต
- เครื่องคำนวณการปลดหนี้
- เครื่องคำนวณค่าเช่าซื้อ
- เครื่องคำนวณค่าธรรมเนียมทางการเงิน
- เครื่องคำนวณการออมง่ายๆ
- เครื่องคำนวณ WACC
- เครื่องคำนวณรายได้ต่อปี
- เครื่องคำนวณการชำระหนี้
- เครื่องคำนวณการชำระเงินขั้นต่ำบัตรเครดิต
- เครื่องคำนวณการโอนยอดคงเหลือ
- เครื่องคำนวณเงินเดือน
- เครื่องคำนวณวันครบกำหนดใบแจ้งหนี้
- เครื่องคำนวณเงินเดือนรวม
- เครื่องคำนวณการรวมหนี้
- เครื่องคำนวณชั่วโมงที่เรียกเก็บเงินได้
- เครื่องคำนวณเงินกู้ระยะสั้น
- เครื่องคำนวณงบประมาณ
- เครื่องคิดเลข PTO
- เครื่องคำนวณกำไรขั้นต้น
- เครื่องคิดเลขกำไรสุทธิ
- เครื่องคิดเลขหนี้แบบหิมะถล่ม
- เครื่องคำนวณเป้าหมายการออม
- เครื่องคำนวณการถอนเงินออม
- เครื่องคำนวณ PPP
- เครื่องคิดเลข Long Call
- เครื่องคำนวณเงินเดือนเป็นรายชั่วโมง
- เครื่องคำนวณการชำระเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา
- เครื่องคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคล
- เครื่องคำนวณอัตราดอกเบี้ยการออม
- เครื่องคำนวณการขึ้นเงินเดือน
- เครื่องคำนวณค่าเสื่อมราคาตามเส้นตรง
- เครื่องคำนวณรายได้สุทธิ
- เครื่องคำนวณประกันชีวิตแบบตลอดชีพ
- เครื่องคำนวณบัตรเครดิต
- เครื่องคำนวณกองทุนฉุกเฉิน
- เครื่องคำนวณฟิวเจอร์ส
- เครื่องคำนวณกำลังซื้อ
- เครื่องคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต
- เครื่องคิดเลขกระแสเงินสด
- เครื่องคำนวณเปโซเป็นดอลลาร์
- เครื่องคำนวณมูลค่าปัจจุบันของเงินรายปี
- เครื่องคำนวณต้นทุนฐาน
- เครื่องคำนวณมูลค่าตลาดยุติธรรม
- เครื่องคำนวณภาษีโบนัส
- เครื่องคำนวณภาษีกำไรจากการขายทรัพย์สิน
- เครื่องคำนวณค่าใช้จ่ายพนักงาน
- คำนวณเงินเดือนสุทธิ
- คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- เครื่องคำนวณเงินเดือน